1.
ชื่อองค์ความรู้ เทคนิคเสริมสร้างระบบการบริหารจัดการชุมชนในการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
2. ชื่อเจ้าของความรู้
นางสาวธัญญลักษณ์ พงษ์ทุมพระ
3. องค์ความรู้ที่บ่งชี้ หมวด 2 เทคนิคการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
3. องค์ความรู้ที่บ่งชี้ หมวด 2 เทคนิคการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
4. ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้
“เศรษฐกิจพอเพียง”
เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส
ชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิต แก่พสกนิกรชาวไทย มาโดยตลอดเวลานานกว่า 30 ปี ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ
ได้ทรงเน้นย้ำแนวทางแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง
และยั่งยืนภายใต้กระแส โลกาภิวัฒน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และการปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ
ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือปฏิบัติตามหลัก
ความพอประมาณ ความมีเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ด้วยการใช้ความรู้
ความชอบธรรมและคุณธรรม ทำให้ชุมชนพึ่งตนเองบนความพอเพียง ตั้งแต่ปี 2549 กรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มาขยายผลในกระบวนการทำงาน
เป็นระยะ ดังนี้
ระยะแรก ปี 2549-2551 ดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยเกณฑ์ประเมิน 6 ด้าน คือ
ด้านการลดรายจ่าย (ทำสวนครัว ปลอดอบายมุข)
ด้านการเพิ่มรายได้ (มีอาชีพสุจริต
ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม)
ด้านการประหยัด (มีการออม มีกลุ่มออมทรัพย์ฯ)
ด้านการเรียนรู้ (สืบทอดภูมปัญญา
มีการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง)
ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
(ใช้วัตถุดิบในชุมชนประกอบอาชีพ ปลูกต้นไม้)
ด้านการเอื้ออารีต่อกัน (ช่วยเหลือคนจน รู้รัก
สามัคคี)
ระยะต่อมา ตั้งแต่ปี 2552-ปัจจุบัน ได้ขยายผลการทำงานสู่ความยั่งยืนโดย
พัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็น หมู่บ้านต้นแบบ มีศักยภาพ 4 ด้าน 32 ตัวชี้วัด คือ
ด้านจิตใจและสังคม (สามัคคี
มีข้อตกลงข้อมูลหมู่บ้าน มีกองทุน ยึดหลักประชาธิปไตย มีคุณธรรม/จริยธรรม
ชุมชนปลอดอบายมุข) 7 ตัวชี้วัด
ด้านเศรษฐกิจ (จัดทำบัญชีครัวเรือน ลดรายจ่าย
สร้างรายได้ รวมกลุ่มพัฒนาอาชีพ มีการออมมีกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน) 5 ตัวชี้วัด
ด้านการเรียนรู้ (มีและใช้ข้อมูลชุมชน
ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างคุณค่า มีศูนย์เรียนรู้
ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับหมู่บ้าน สร้างเครือข่ายการพัฒนา) 7 ตัวชี้วัด
ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ฯ มีกลุ่ม/องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม
มีการใช้พลังงานทดแทนและการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 4
ตัวชี้วัด
- 2 -
ประเมินความสุขมวลรวมของชุมชน (GVH)
การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
จึงเป็นการนำหมู่บ้านที่มีความพร้อม มีผลการปฏิบัติ
ในการพัฒนาตนเอง
ครอบครัว และชุมชน เพื่อให้เป็นสถานที่เรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ สำหรับหมู่บ้านอื่นๆ
ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นในการพัฒนาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การแยกประเภทหมู่บ้านเป็น
3 ระดับ ประกอบด้วย “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี” และ มั่งมี ศรีสุข” เพื่อใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ ให้กับหมู่บ้านที่มีพื้นฐาน
หรือสถานการณ์ของหมู่บ้านใกล้เคียงกัน สามารถเรียนรู้ เลียนแบบได้
โดยไม่ต้องใช้ความความรู้ความชำนาญ ที่แตกต่างกันมาก การจัดกิจกรรมในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
ส่งผลในภาพรวม ดังนี้
พัฒนา
ส่งเสริม สนับสนุน บทบาทของ ผู้นำ ให้เป็น แกนนำ หรือหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก ในการ นำประชาชนในหมู่บ้าน
ให้ลุกขึ้นทำ กิจกรรม เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่งเสริม
สนับสนุนให้ ครัวเรือน นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
มีการจัดทำ บัญชีครัวเรือน จัดทำ แผนชีวิต โดยมี ครอบครัวพัฒนา เป็นต้นแบบ ขยายผล
การปฏิบัติสู่ครัวเรือนข้างเคียง
อำเภอท่าตะโก ได้ดำเนินงานการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางที่
กรมกำหนด
ในการเสริมสร้างระบบการบริหารจัดการชุมชนขับเคลื่อนงาน ของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองกระโดน หมู่ที่ 5 ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก
ดำเนินการ 4 กิจกรรมย่อย ดังนี้
กิจกรรมย่อยที่
1
สัมมนาการเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
-
กำหนดรูปแบบวิธีการจัดสัมมนาการเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทในพื้นที่
กิจกรรมย่อยที่
2
สร้างเสริมประสบการณ์พัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงจากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ
-
ศึกษาดูงาน จากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ
-
ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครอบครัวพัฒนาได้สรุปผลการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้
และ
วางแผนนำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติในระดับบุคคล
ครัวเรือน และชุมชนต่อไป
กิจกรรมย่อยที่
3 ส่งเสริมการจัดทำแผนชีวิตและแผนชุมชน
-
วิเคราะห์ข้อมูลครัวเรือน เพื่อทำแผนชีวิตครัวเรือน วิเคราะห์ข้อมูลชุมชน
เพื่อจัดทำหรือทบทวน
ปรับแผนชุมชน
ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาหมู่บ้านต่อไป
-
ประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ของกระทรวงมหาดไทย (4ด้าน 23 ตัวชี้วัด)
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชน มีความรู้
ความเข้าใจ ในหลักการดำรงชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียง
สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการดำรงตน ให้มีความสุข
อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข ร่มเย็น
ซึ่งในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จะใช้เกณฑ์การประเมินเบื้องต้น
ด้วยตัวชี้วัด 6X2 และจัดระดับการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
ด้วยเกณฑ์ตัวชี้วัดกระทรวงมหาดไทย 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด
ซึ่งบ้านคอกควายใหญ่
หมู่ที่ 6 ตำบลดอนคา อำเภอท่าตะโก ได้มีการพัฒนาตามแนวทาง
และผลการจัดระดับการพัฒนาหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้าน “พออยู่ พอกิน ”
- ประเมินความ “อยู่เย็น เป็นสุข” หรือความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน
( GVH ) นำไปใช้เป็นข้อมูล
ในการวางแผนพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหา
หรือพัฒนาให้ดีขึ้น ตามเกณฑ์ 6 องค์ประกอบ 22 ตัวชี้วัด พร้อมทั้ง
ประเมินปรอทวัดความสุขมวลรวมชุมชน จากครัวเรือนเป้าหมาย
30 ครัวเรือน
- 3 -
การดำเนินการวัดความสุขมวลรวมชุมชน
บ้านหนองกระโดน หมู่ที่ 5 ตำบลทำนบ จะเริ่มโดยวิทยากรสร้างบรรยากาศ
สร้างความรู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเองในการประเมิน ชี้แจงวัตถุประสงค์
และอธิบายความหมายของแต่ละองค์ประกอบตัวชี้วัด แล้วให้ครัวเรือนเป้าหมายให้คะแนนที่ละตัว
โดยวิธีการยกแผ่นป้ายคะแนนที่วิทยากรได้แจกให้ ๑ คน
ต่อ ๑ ชุด
(๑ ชุดมี ๕ แผ่น โดยแต่ละแผ่นจะมีตัวเลขคะแนนติดอยู่
ตั้งแต่ ๑ –
๕) เมื่อวิทยากรอ่านตัวชี้วัดแต่ละข้อเสร็จ
จะให้ทุกคนยกแผ่นป้ายคะแนนตามความคิดเห็นของตนในแต่ละประเด็นพร้อมกัน ทีมงานจะแบ่งกันนับแผ่นป้าย
แยกตามคะแนน
เมื่อนับเสร็จจะนำค่าคะแนนมาเขียนลงตารางการให้คะแนนของตัวชี้วัดนั้น ๆ
จากนั้นจะคิดค่าเฉลี่ยความสุขของตัวชี้วัดดังกล่าว ว่ามีค่าเฉลี่ยเท่าใด
ข้อมูลที่กล่าวมาจะอยู่ในแผ่นตารางการให้คะแนนเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นภาพได้ชัดเจนและเกิดความเข้าใจ
ทำเช่นเดียวกันจนครบทุกตัวชี้วัด
หลังจากนั้นนำค่าเฉลี่ยที่ได้จากแต่ละตัวชี้วัดมาลงในแผนผังใยแมงมุม แล้วจึงใช้ปากกาเคมีลากเส้นแต่ละตัวชี้วัด
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมองภาพความสุขมวลรวมของหมู่บ้านออกว่าในแต่ละด้าน
แต่ละเรื่องเป็นอย่างไร และตัวชี้วัดที่ได้คะแนนน้อย วิทยากรจะช่วยกระตุ้นให้ครัวเรือนเป้าหมายช่วยกันลองคิดร่วมกันว่า
จะกำหนดแนวทาง หรือวิธีการการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมร่วมกันอย่างไร ซึ่งในขั้นตอนนี้
จะได้แนวคิดวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และนำแนวคิด วิธีการที่ได้ไปเป็น
ข้อมูลในการปรับปรุงแผนพัฒนาหมู่บ้านต่อไป
กิจกรรมย่อยที่ 4
การขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
-
ส่งเสริมและสนับสนุนให้หมู่บ้านนำผลจากการจัดทำแผนชีวิต และแผนชุมชน
มาเป็นข้อมูลในการวางแผน เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาให้ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นการพึ่งตนเอง
(หมู่บ้านสามารถดำเนินการได้เอง) หรือ
ประสานความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก
-
ส่งเสริมสนับสนุนให้หมู่บ้านคัดเลือกกิจกรรมที่ได้จากการสังเคราะห์ข้อมูล
มาสู่การกำหนดกิจกรรมการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหา ต้องสอดคล้องกับผลการประเมิน 4 ด้าน
23 ตัวชี้วัด และผลการประเมิน
“อยู่เย็น
เป็นสุข” หรือความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน ( GVH )
ครั้งที่ 1
5. ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา
1. มีข้อจำกัดเรื่องห้วงเวลาการอบรม
ซึ่งตรงกับช่างเวลาที่กลุ่มเป้าหมายเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่ง ชาวบ้าน
ส่วนใหญ่ปลูกมะขามเทศ เป็นอาชีพเสริม
แก้ไขโดยเน้นย้ำ
ให้ครัวเรือนเป้าหมายเห็นถึงความสำคัญต้องมีตัวแทนในครัวเรือนเข้าร่วม
2. ในการวัดความสุขมวลรวม จะใช้เวลาในการดำเนินงานนาน ดังนั้น
ผู้ทำหน้าที่ประเมินต้องใช้ทักษะในการจูงใจ สร้างสีสันในประเมินในแต่ละหัวข้อตัวชี้วัด
โดยสามารถยกตัวอย่างประกอบ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ
มากขึ้น
3. ขาดการติดตามผลหลังจากการประเมินความสุขมวลรวม
ซึ่งตัวชี้วัดที่ได้คะแนนน้อย ยังไม่มีการติดตามผลการแก้ไขหลังจากทำการประเมิน
ซึ่งผลสำเร็จของการประเมินความสุขมวลรวมควรที่จะต้องให้ประชาชนได้รับทราบว่าหมู่บ้านมีข้อด้อยที่ควรปรับปรุงอะไรบ้างและหลังจากช่วยกันระดมความคิดในการปรับปรุงเพื่อให้มีค่าคะแนนสูงขึ้นแล้ว
ควรมีการจัดระบบการติดตาม ประเมินผล ตามข้อเสนอที่ประชาชนช่วยกันระดมความคิด
เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
6. ประโยชน์ขององค์ความรู้
1. ส่งเสริมหมู่บ้าน ให้มีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยหลักการการมีส่วนร่วม
เปิดโอกาสให้ประชาชนในหมู่บ้าน เป็นผู้ดาเนินการพัฒนาเพื่อตนเอง
ตามแนวคิดประชาชนเป็นศูนย์กลางด้วยการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง
- 4 -
โดยมีเป้าหมายการพัฒนา
ตามเกณฑ์ประเมิน 6 ด้าน 12 ตัวชี้วัด โดยผู้นาชุมชน
คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัคร พัฒนากร
ร่วมเป็นชุดปฏิบัติการขับเคลื่อนร่วมกับภาคีการพัฒนา
2. ส่งเสริมหมู่บ้านเพื่อยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้
ในหมู่บ้านที่มีการดาเนินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านเกณฑ์ 6 ด้าน 12 ตัวชี้วัด ให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เพิ่มความสามารถของครอบครัวที่ดาเนินการให้สามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ กำหนดเป็นจุดเรียนรู้ในหมู่บ้าน
และทำให้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยการมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเพื่อจัดกิจกรรม
ให้การเรียนรู้ร่วมกันของคนในหมู่บ้านหรือชุมชน
และให้การเรียนรู้แก่ผู้สนใจจากภายนอกชุมชนซึ่งได้ดาเนินการส่งเสริมให้หมู่บ้าน
เป็นแหล่งเรียนรู้ได้
3. หมู่บ้านดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้หมู่บ้านหรือชุมชน
และประชาชนมีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอพียงอย่างมีความสุข ด้วยการดาเนินกิจกรรมประจาวันอย่างพอเพียง
4. ใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
ในการประเมินความสุข
มวลรวม
5.
เพิ่มขีดความสามารถของการประเมินความสุขมวลรวม
เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เห็นเป็นรูปธรรม
สามารถเกิดผลปฏิบัติหลังการประเมินอย่างชัดเจน
7. เทคนิคในการปฏิบัติงาน
1. ใช้หลักการมีส่วนร่วม ผู้นาชุมชน
และสมาชิกในชุมชน ทุกคนต้องมีส่วนร่วม
ทุกขั้นตอนการดาเนินกิจกรรมของหมู่บ้าน
2. การพัฒนาโดยเริ่มต้นจากสภาพที่แท้จริงของหมู่บ้าน
3. ใช้หลักการประสานงาน
กับภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน
4. ความต่อเนื่องในการออกไปติดตาม/แนะนาให้คาปรึกษา
เพื่อเป็นการกระตุ้นชุมชนอยู่เสมอ
5 สร้างบรรยากาศ
สร้างความรู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเองในการประเมิน
ชี้แจงวัตถุประสงค์ และอธิบายความหมายของแต่ละองค์ประกอบตัวชี้วัดอย่างชัดเจน
6. ครัวเรือนเป้าหมายให้คะแนนที่ละตัว โดยยกแผ่นป้ายคะแนนตามความคิดเห็นของตน
7. ทีมงานแบ่งกันนับแผ่นป้าย
แยกตามคะแนน เมื่อนับเสร็จจะนำค่าคะแนนมาเขียนลงตารา
การให้คะแนนของตัวชี้วัดนั้น ๆ
8. คิดค่าเฉลี่ยความสุขของตัวชี้วัดทุกตัว
9. นำค่าเฉลี่ยที่ได้จากแต่ละตัวชี้วัดมาลงในแผนผังใยแมงมุม
แล้วจึงใช้ปากกาเคมีสีสด ๆ มา
ลากเส้นเชื่อมแต่ละตัวชี้วัด
เพื่อให้ครัวเรือนเป้าหมายมองภาพความสุขมวลรวมของหมู่บ้านออกว่าในแต่ละด้าน
แต่ละเรื่องเป็นอย่างไร
10. ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนน้อย
วิทยากรกระตุ้นให้ครัวเรือนเป้าหมายช่วยกันลองคิดร่วมกันว่า
กำหนดแนวทาง
หรือวิธีการการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมร่วมกันอย่างไร
11. นำแนวคิด วิธีการที่ได้ไปเป็นข้อมูลในการปรับปรุงแผนพัฒนาหมู่บ้านต่อไป
12. การทำงานแบบมีส่วนร่วม
ของภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนในพื้นที่
เพราะค่าคะแนนที่ได้ในแต่ละตัวชี้วัด
เป็นผลจากการดำเนินงานในหมู่บ้านของผู้นำชุมชนและประชาชนเป็นหลัก
โดยมีภาคีการพัฒนาช่วยในการสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ
ค่าคะแนนที่ได้จึงสะท้อนถึงผลสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาในหมู่บ้านอย่างแท้จริง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น