1. ส่วนนำ ในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ถึงแม้จะผ่านการประเมินตัวชี้วัดของกระทรวงมหาดไทย ระดับ “อยู่ดี กินดี” และมีการพัฒนาด้านต่าง ๆ จนยกระดับเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
ระดับ “มั่งมี ศรีสุข” แล้วก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนในหมู่บ้านจะผ่านเกณฑ์ชี้วัดไปเสียทั้งหมด โดยเฉพาะหมู่บ้านขนาดใหญ่ ครัวเรือนและประชากรมาก ยังมีบางส่วนในหมู่บ้าน/ชุมชน ยังมีปัญหาความขัดแย้ง โดยเฉพาะกลุ่มเครือญาติ ถึงแม้จะไม่ใช่ปัญหารุนแรง แต่ก็นำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ตามมา
ดังนั้นการแก้ปัญหาตังกล่าว พัฒนากรถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้ งานพัฒนาชุมชนล้วนแล้วจะเป็นงานที่ “พัฒนาคน” มากกว่าการ “พัฒนาวัตถุ” และการพัฒนาคนจะให้น้ำหนักหรือความสำคัญไปที่ผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำกลุ่ม/องค์กรต่าง ๆ ได้แก่ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มอาชีพ กองทุนหมู่บ้าน องค์กรสตรี อาสาพัฒนาชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นต้น การพัฒนาผู้นำเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาความรู้ มากกว่าการพัฒนาคุณธรรม ทั้งที่การดำเนินวิถีชีวิตตามแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องใช้ “ความรู้ คู่คุณธรรม”
2. ส่วนขยายคุณธรรมที่นำมาใช้บ่อยและเป็นที่รู้จักคือกุศลกรรมบถ 10 ประการได้แก่
กายกรรม 3
๑. ปาณาติปาตา เวรมณี เว้นจากทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง
๒. อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย
๓.กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากประพฤติผิดในกาม
วจีกรรม 4
๔. มุสาวาทาเวรมณี เว้นจากพูดเท็จ
๕. ปิสุณาย วาจาย เวรมณี เว้นจากพูดส่อเสียด
๖. ผรุสาย วาจาย เวรมณี เว้นจากพูดคำหยาบ
๗. สัมผัปปลาปา เวรมณี เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ
มโนกรรม 3
๘. อนภิชฌา ไม่โลภอยากได้ของเขา
๙.อพยาปาท ไม่โกรธ/พยาบาทปองร้ายเขา
๑๐. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบตามคลองธรรม
กุศลกรรมบถ นี้ ใช้เมื่อขอขมาบ้าง ขออโหสิกรรมบ้าง แต่พุทธศาสนิกชนเรามักไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นหากผู้ที่มีบทบาทในการพัฒนาคน โดยเฉพาะพัฒนากร ได้สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ราษฎร และผู้นำชุมชนให้เห็นความสำคัญในหลักธรรม คำสั่งสอนของพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหนทางที่จะนำความสุขมาสู่ตนเองและผู้อื่น พัฒนากรสามารถ อรรถาธิบาย และยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่าง แก่ประชาชน และผู้นำชุมชนจะทำให้การพัฒนาชุมชนเป็นไปได้ง่ายขึ้น
3. ส่วนสรุป จากการนำกุศลกรรมบถ 10 ประการมาใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในชุมชน ทำให้ประชาชนลดการกระทำที่ผู้อื่นไม่พึงปรารถนาได้มากขึ้น ส่งผลให้การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
4. ขุมความรู้กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ทรงแสดงไว้ในพระสูตรมากมาย เฉพาะใน
อังคุตตรนิกาย มีอยู่หลายสูตร ซึ่งพัฒนากรต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีในหลักกุศลกรรม ประกาศหรือแสดงเจตนารมณ์ต่อสาธารณชนและต้องเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติและยึดมั่นในหลักกุศลกรรม สามารถนำไปสู่สังคม “อยู่เย็น เป็นสุข” ได้
5. แก่นความรู้ การเป็นแบบอย่างที่ดีนั้น“ทำให้เขาดู ดีกว่าพูดกรอกหู ให้เขาฟัง”
เจ้าของความรู้ นายสนอง จันทร์ดวง
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์
ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอชุมแสง หมู่ที่ 17 ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง
จังหวัดนครสวรรค์ 60120 โทร. 08 8553 7273
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น