วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

KM : การขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างความยั่งยืนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยนางดวงใจ พยัพ


๑. ชื่อองค์ความรู้   การขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างความยั่งยืนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง   
๒. ชื่อเจ้าของความรู้       นางดวงใจ  พยัพเดช                                                                                                                                                    
๓. หมวดองค์ความรู้ที่บ่งชี้  หมวดที่ ๒  เทคนิคการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
๔. ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้  
      กรมการพัฒนาชุมชน  เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เนื่องจากกระบวนการพัฒนาชุมชนมีความสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  คือ  ปฏิบัติงานตามหลัก  ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี  ด้วยการใช้ความรู้  ความชอบธรรม  และคุณธรรม ทำให้ชุมชนพึ่งตนเองบนความพอเพียง  โดยสร้างกระบวนการพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านด้วยหลัก  “การพึ่งตนเอง”  เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน  ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ด้วยการจัดระบบการบริหารจัดการชุมชน และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ให้เกิดความเข้มแข็ง  ให้ประชาชนเกิดความตระหนักในการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต  และการพัฒนาหมู่บ้านที่สมดุลสอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  

๕. ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา
                   ๑.  การทำงานจะประสบความสำเร็จต้องดำเนินการสอดคล้องหรือจังหวะในการดำเนินวิถีชีวิต
ของชุมชน การเข้าไปดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน ต้องดูว่าชุมชนมีภารกิจอะไรอยู่   เช่น  เป็นฤดูทำนา  ทำไร่ หรือว่างช่วงไหน จึงจะทำให้กิจกรรมประสบความสำเร็จ
     ๒.  การสร้างความเป็นกันเองหรือสร้างความคุ้นเคย โดยเฉพาะผู้นำจะทำให้เกิดการยอมรับและ
นำไปสู่ความร่วมมือในการทำงาน
     ๓.  การศึกษาดูงานหมู่บ้านที่ประสบความสำเร็จ เป็นการกระตุ้นทำให้ชุมชนเกิดแรงบันดาลใจ      
สู่การลงมือปฏิบัติ
     ๔.  ความต่อเนื่องในการทำงานเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำงานประสบความสำเร็จ
๖. ประโยชน์ขององค์ความรู้
                   ชุมชน  จะเข้มแข็งได้   ต้องเกิดจากรากฐานของ ความร่วมมือ ร่วมใจ  ของคนในชุมชน    เกิดจากความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน  การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน  ต้องแยกให้ออกระหว่างเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องส่วนรวม  เรื่องไหนสำคัญกว่ากัน   ถ้าแยกได้ความสามัคคีก็จะเกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน  การทำงานอะไรก็จะประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์  และต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจซึ่งกันและกัน  การมีส่วนร่วมในการวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกันของทุกองค์กร  เวทีประชาคมเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันอย่างเป็นเจ้าของ  เกิดความผูกพัน และมีความสำนึกรับผิดชอบในการดูแล และอนุรักษ์ชุมชนด้วยตนเอง  นอกจากนี้ชุมชนมีการแบ่งปันเอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน   มีการรวมกลุ่มแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน
          -  การสร้างทีมงาน  เป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ  เพราะการทำงานพัฒนาชุมชนเป็นงานที่ใช้หลัก  "การมีส่วนร่วม"  ในทุกระดับภาคส่วน  ทั้งจากภาครัฐ  องค์กร ภาคประชาชน  เพื่อให้การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงประสบความสำเร็จและพึ่งตนเองได้
           -  การประสานงาน  เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน  แกนนำ กลุ่ม องค์กรชุมชน  เครือข่าย ทีมงานภาคีการพัฒนา ระดับตำบล/อำเภอ  คนในชุมชนร่วมคิด ร่วมรู้ ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อค้นหาข้อมูล รวบรวมผลงานของกลุ่ม/องค์กร และจัดทำเอกสารความรู้ในการขยายผลสู่หมู่บ้านอื่น
          -  ผู้นำชุมชนมีศักยภาพ มีภาวะผู้นำ  มีความเสียสละ  มีการบริหารจัดการหมู่บ้านที่ดี มีความเข้มแข็ง มีความพร้อม มีความสามัคคี ในการเข้าร่วมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ และขยายผลครัวเรือนต้นแบบให้ครอบคลุมทั่วทุกครัวเรือนในระดับหมู่บ้าน
๗. เทคนิคในการปฏิบัติงาน
                   ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง  โดย
๑)      สัมมนาการเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง จัดสัมมนาการเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
แก่ผู้แทนครอบครัวพัฒนา (อย่างน้อย ๓๐ ครัวเรือน)  โดยมุ่งเน้นการปรับกรอบแนวความคิด/กระบวนการทางความคิด (Mindset)  เพื่อให้ครัวเรือนเป้าหมายตระหนักถึงความสำคัญของการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ  และส่งเสริม/สนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ ของครอบครัวพัฒนาเป้าหมาย
                   ๒)  สร้างเสริมประสบการณ์การพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงจากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ โดย
นำผู้แทนครอบครัวพัฒนาศึกษาดูงานประสบการณ์การพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงจากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ (บ้านพี่)  และส่งเสริม/สนับสนุนให้ครอบครัวพัฒนาได้สรุปผลการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และวางแผนนำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติในระดับบุคคล ครัวเรือน และชุมชนต่อไป
                   ๓)  ส่งเสริมการจัดทำแผนชีวิตและแผนชุมชน  ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลของครัวเรือน  เพื่อทำแผนชีวิตครัวเรือน  วิเคราะห์ข้อมูลชุมชน เพื่อจัดทำหรือทบทวน/ปรับแผนชุมชน  เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาหมู่บ้าน  โดยดำเนินการดังนี้
                         ๓.๑) ประเมินเพื่อตรวจสอบสภาพของหมู่บ้านตามเกณฑ์ประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ของกระทรวงมหาดไทย (๔ ด้าน ๒๓ ตัวชี้วัด)  นำผลจากการประเมินมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำให้ผ่านตัวชี้วัด  หรือพัฒนาให้ดีขึ้น
                         ๓.๒) ประเมินความ “อยู่เย็น เป็นสุข”  หรือความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน (Gross Village Happiness)  นำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำให้มีความสุขน้อย  หรือพัฒนาให้ดีขึ้น                        ๓.๓) ส่งเสริมการจัดทำแผนชีวิตและแผนชุมชน     และส่งเสริม/สนับสนุนให้หมู่บ้านวางแผนเพื่อกำหนดกิจกรรมขับเคลื่อนการพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ที่สอดคล้องกับผลการประเมิน ๔ ด้าน ๒๓ ตัวชี้วัด และผลประเมินความ “อยู่เย็น เป็นสุข”  หรือความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน ครั้งที่ ๑
                   ๔)  การขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง  ด้วยการส่งเสริม/สนับสนุนให้หมู่บ้านนำผลจากการส่งเสริมการจัดทำแผนชีวิต และแผนชุมชน มาเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาให้ดีขึ้น  โดยมุ่งเน้นการพึ่งตนเอง หมู่บ้านสามารถดำเนินการได้เอง หรือประสานความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกเป็นลำดับแรกก่อน  และส่งเสริม/สนับสนุนให้หมู่บ้านคัดเลือกกิจกรรม ที่ได้จากการสังเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้น มาสู่การกำหนดกิจกรรมการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนา ที่หมู่บ้านสามารถดำเนินการได้เอง  โดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้สอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก  และสนับสนุนให้มีคณะทำงานระดับตำบล และระดับอำเภอ เพื่อลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ พร้อมกระตุ้นการพัฒนาครอบครัวตามปณิธานที่กำหนด และติดตามกิจกรรมพัฒนาวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น