๒. ชื่อเจ้าของความรู้ นายสุรพันธ์ สุวรรณโชติ ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
๓. องค์ความรู้ที่บ่งชี้ การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
๔. ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้
กรมการพัฒนาชุมชน
ได้ส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงโดยน้อมนำแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นแนวทาง โดยมีเป้าหมายการให้บริการคือ ชุมชนมีความสามารถในการวางแผนบริหารจัดการชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดยการเสริมสร้างขีดความสามารถของพลังชุมชนในการบริหารจัดการ
แก้ไขปัญหาของชุมชน และพัฒนาเศรษฐกิจขุมชนฐานรากให้มีความมั่นคง เพื่อส่งเสริม/พัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โดยน้อมนำความคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรง
ชีวิต รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาตนเอง และพัฒนาชุมชนไปพร้อม ๆ กัน
เพื่อให้การดำเนินการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบรรลุเป้าหมายทั้ง 3
ระดับ
คือ ระดับ “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี” และ “มั่งมี ศรีสุข” ซึ่งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบตามเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย ระดับ “พออยู่ พอกิน” ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน 10 - 16 ตัวชี้วัด ระดับ “อยู่ดี กินดี” ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน 17 - 22 ตัวชี้วัด ระดับ “มั่งมี ศรีสุข” ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน 23 ตัวชี้วัด
คือ ระดับ “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี” และ “มั่งมี ศรีสุข” ซึ่งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบตามเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย ระดับ “พออยู่ พอกิน” ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน 10 - 16 ตัวชี้วัด ระดับ “อยู่ดี กินดี” ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน 17 - 22 ตัวชี้วัด ระดับ “มั่งมี ศรีสุข” ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน 23 ตัวชี้วัด
๕. ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเพื่อให้หยั่งลึกในจิตใจ
ชาวบ้านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เป็นวิถีชีวิต
และขยายผลสู่สังคมไทยอย่างเข้มแข็ง คือ ผู้นำ กลุ่ม/องค์กรชุมชน ซึ่งทุกฝ่าย/ทุกคนจะต้องร่วมใจเป็นหนึ่ง การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ก็เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน ซึ่งนับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิต
การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้
กับประชาชนในด้านการคิดวิเคราะห์ การนำเอาความรู้ ประสบการณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดำเนินการจัดทำและนำมาประกอบเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
มีกิจกรรมการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ภายในชุมชน หรือระหว่างชุมชน
และสามารถถ่ายทอดความรู้จากชุมชนหนึ่งไปสู่ชุมชนหนึ่ง ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างแพร่หลาย
ชุมชนมีการพัฒนาอย่างมั่นคง รอดพ้นภัยวิกฤตภายใต้หลักแนวคิดแบบพอเพียง
๖. ประโยชน์ขององค์ความรู้
การเรียนรู้เกิดได้ทุกแห่ง ทุกสถานที่
ที่เกิดขึ้นมากที่สุดไม่ได้เกิดจากการสอนในห้องเรียน แต่เกิดขึ้น
จากการที่ได้พูดคุยกัน
ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ไม่ใช่ห้องเรียน แต่เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน
ที่เกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน และที่กว้างใหญ่ที่สุด คือ สังคม
ความรู้ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ ที่หลากหลาย จึงเรียกว่า แหล่งเรียนรู้
ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีอยู่ในสังคมรอบๆ ตัวเราอาจเป็นสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งที่ไม่มีชีวิต
และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทำให้คนในสังคมเกิดการเรียนรู้ เช่น
แหล่งเรียนรู้ด้านข้อมูล ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ด้านการประกอบอาชีพ
ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆที่มีความสนใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิต
เพื่อพัฒนาอาชีพ พัฒนาตนเอง สร้างความเข้มแข็งแบบพอเพียงอย่างยั่งยืน
ขุมความรู้
๑. การคัดเลือกหรือการสร้างทีมงาน
หมายถึง คณะทำงาน หรือ กลุ่มเป้าหมายที่มีส่วนร่วมในการ
วางแผนและขับเคลื่อนกิจกรรม
จะต้องเป็นบุคคลที่มีความเป็นผู้นำ เสียสละ และมองเห็นประโยชน์ของกิจกรรม ๒. ความรู้ในการปฏิบัติงาน คือ
คณะทำงานต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับงานที่จะดำเนินการ และสามารถชี้แจง
อธิบาย หรือถ่ายทอดความรู้ได้อย่างชัดเจน
- ๒ -
๓.
การคัดเลือกแหล่งเรียนรู้ อาจเป็นสถานที่ๆมีโครงสร้างเป็นอาคาร หรือ
โรงเรือน หรือสถานที่
จากการปฏิบัติงานจริง
เช่น สถานที่ประกอบอาชีพ ไม่เน้นการเรียนการสอนในห้องเรียน
แก่นความรู้
๑. การประชาสัมพันธ์ เป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีส่วนของประชาชน
ทำให้เกิดการยอมรับจากประชาชน
และหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม
ชุมชนเห็นศักยภาพของชุมชน รักชุมชน รักษ์ท้องถิ่น
รู้จักตนเองและภาคภูมิใจในแหล่งเรียนรู้ของตนเอง
๒.
ความต่อเนื่องของกิจกรรม เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้แหล่งเรียนรู้ของชุมชนประสบผลสำเร็จ
หรือ
ล้มเหลวในการดำเนินงาน
โดยจะต้องจัดเวทีประชาคมเพื่อสร้างความตื่นตัวของประชาชนเป็นประจำ และเพื่อวิเคราะห์แหล่งเรียนรู้แต่ละด้าน
เพื่อนำมาปรับปรุง
วางแผนการดำเนินกิจกรรมให้ตรงเป้าประสงค์ของกิจกรรม
๗. เทคนิคในการปฏิบัติงาน
การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
มีองค์ประกอบหลายอย่างในกระบวนการพัฒนา โดยเฉพาะผู้นำ
แกนนำ กลุ่ม/องค์กรในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นตัวหลักสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบให้ประสบผลสำเร็จ
โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง เป็นผู้เชื่อมประสาน ทั้งกับครอบครัว กลุ่ม องค์กร
ในหมู่บ้าน และภาคีภายนอกหมู่บ้าน เพื่อผนึกกำลังร่วมกันในการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
ดังนั้น การสร้าง/การส่งเสริมและสนับสนุนผู้นำ กลุ่ม/องค์กรชุมชนให้เป็นแกนนำ
จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
ขั้นตอนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
ขั้นที่ 1 การจัดเวทีประชาคม
เป็นการชี้แจงให้เห็นความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ชุมชน และกำหนดสถานที่แหล่ง เรียนรู้
ข้อมูล ผู้ถ่ายทอดความรู้
วัดสุและอุปกรณ์ในการดำเนินงาน เช่น
๑)
สร้างความรู้ความเข้าใจการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนกับคณะทำงาน
เศรษฐกิจพอเพียงระดับหมู่บ้าน
/ ตำบล ภาคีการพัฒนา ผู้นำ กลุ่ม องค์กร หรือ ประชาชน
๒)
ประสานความขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีการพัฒนา ในด้านวิชาการ
งบประมาณ การบริหารจัดการ ฯลฯ
๓) สร้างเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ กับ หมู่บ้าน / ชุมชน อื่นๆ
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน
๔)
ติดตาม ประเมินผล เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหา
๕) รายงานผลการดำเนินงานผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การประชุม
หรือ หอกระจายข่าว เป็นต้น
ขั้นที่ 2 การจัดรูปแบบกิจกรรมสาธิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น กิจกรรมการลดรายจ่าย
กิจกรรมการเพิ่มรายได้ กิจกรรมการประหยัด กิจกรรมการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และกิจกรรมการเอื้ออารีต่อกัน
ขั้นที่ 3 การศึกษาดูงาน จากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ เพื่อนำมาประยุกต์ หรือ
ปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคม สภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน /ชุมชน
ขั้นที่ 4
การเก็บรวบรวมองค์ความรู้ จากปราชญ์ชาวบ้าน/บุคลากรที่มีองค์ความรู้แต่ละประเภท
เพื่อบันทึกองค์ความรู้เป็นลายลักอักษร
ขั้นที่ 5 การค้นหาวิทยากรผู้ให้ความรู้ ได้แก่ อาสาสมัคร ปราชญ์ชาวบ้าน
บุคลากรที่มีองค์ความรู้แต่ละประเภท หรือเจ้าขององค์ความรู้
เพื่อทำหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ของหมู่บ้าน
ขั้นที่ 6 การบริหาร
จัดการ สถานที่แหล่งเรียนรู้ให้มีความพร้อม เช่น เอกสารประกอบคำบรรยาย ป้ายแสดงข้อมูล
วัสดุและอุปกรณ์สาธิตกิจกรรม ฯลฯ
ขั้นที่ 7
สรุปแนวทางการดำเนินงาน เสนอเวทีประชาคมเพื่อตรวจสอบความพร้อม
และความถูกต้องของข้อมูล ฯลฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น