1. ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้ (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย
เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว
ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์
ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะ เป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืน ของการพัฒนา
โดยความพอเพียงนั้น หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
และต้องประกอบไปด้วยสองเงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางเศรษฐกิจ
สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมเพื่อให้เกิดความสมดุล มั่นคง ยั่งยืน
บ้านไผ่ขวาง
หมู่ที่ 10 ตำบลไผ่สิงห์
อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
สภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชนพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน พึ่งพาตนเองยึดอาชีพทำการเกษตร
ทำนา ปลูกผัก เป็นอาชีพหลัก อุตสาหกรรมในครัวเรือนด้านการทำไม้กวาดดอกหญ้า เป็นอาชีพเสริม
ด้วยชุมชนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ชาวบ้านรักใคร่สามัคคีปองดองกัน คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่าง
ๆ จึงก่อเกิดกลุ่ม/องค์กรหลากหลายมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อาทิ กลุ่มทำขนมไทย
กลุ่มทำไม้กวาดดอกหญ้า กองทุนหมู่บ้านกองทุน กองทุน กข.คจ.นอกจากนี้
ยังมีองค์กรอื่น ๆ เช่น กพสม. อสม. ตำรวจอาสา อปพร. อช. เป็นต้น การที่ก่อเกิดกลุ่ม/องค์กรต่าง
ๆ ได้ในชุมชน จากการที่ชุมชนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีอาชีพที่สร้างรายได้
มีความเป็นอยู่ที่ดี ชาวบ้านมีความรักสามัคคีไว้วางใจซึ่งกันและกัน ที่สำคัญมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง
ที่พร้อมจะทำงานเพื่อชุมชน เป็นที่ไว้วางใจของคนในชุมชน
บ้านไผ่ขวาง
หมู่ที่ 10 ตำบลไผ่สิงห์
อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงกิจกรรม
: เสริมสร้างระบบการบริหารจัดการชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2562
โดยรายละเอียดในการดำเนินโครงการมีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติในระดับ
บุคคล ครัวเรือน และชุมชน
ศึกษาดูงานการพัฒนาวิถีชีวิตตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติในระดับบุคคล
ครัวเรือน และชุมชน การปรับแผนชีวิต แผนชุมชน การจัดทำบัญชีครัวเรือน
การประเมินความสุขมวลรวม
การประเมินระดับการพัฒนาหมู่บ้านและกิจกรรมแก้ไขปัญหาและพัฒนาหมู่บ้านการสนับสนุนวัสดุในการประกอบอาชีพ
ครัวเรือนเป้าหมาย 30 ครัวเรือน คือ
การทำพริกแกงและสมุนไพรไล่ยุง
หลังจากการฝึกอบรมหมู่บ้านได้มีการพัฒนา
คือ การแบ่งคุ้มการพัฒนา เพื่อกระจายอำนาจให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้อย่างทั่วถึง
โดยมีคณะกรรมการบริหารคุ้มให้คณะกรรมการบริหารจัดการกันเอง เพื่อนำปัญหาและอุปสรรคมาสู่เวทีประชาคม
และเริ่มพัฒนาคนในชุมชนให้หันมายึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากครัวเรือนสู่คุ้ม จากคุ้มสู่หมู่บ้าน
ครอบคลุมครบทุกด้าน พัฒนาครัวเรือนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงได้มีการส่งเสริมกิจกรรมที่ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
จึงมีการคัดเลือกครัวเรือนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มต้นจากคุ้มละ 1 ครัวเรือน
และขยายผลสู่สมาชิกในคุ้มให้ครบทุกครัวเรือน ผลจากการสร้างต้นแบบและขยายผลทำให้เกิดแรงจูงใจ
ให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มความสามารถของครอบครัวต้นแบบ ให้สามารถถ่ายทอดความรู้
ประสบการณ์กำหนดเป็นจุดเรียนรู้ในหมู่บ้านและทำให้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน
นำข้อมูลของชุมชนที่ได้มาวิเคราะห์ หาแนวทางแก้ไข กำหนดเป็นแผนพัฒนาหมู่บ้าน
โดยประสานงานขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน
รวมถึงงบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมตามแผนงานฯ ที่ชุมชนได้กำหนดไว้
โดยชุมชนได้ยึดแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงาน และจะดำรงวิถีชีวิตแบบพอเพียงอย่างที่เคยเป็น
ด้วยการที่เรียนรู้เพื่อจะพัฒนาสู่ความยั่งยืนสืบต่อไป
2.
ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
1. ระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรมค่อนข้างน้อยทำให้ครัวเรือนเป้าหมายยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหามากนักงบประมาณของทางราชการมีจำนวนจำกัดจึงไม่สามารถจัดกิจกรรมหลายวันได้
แนวทางแก้ไข ควรบริหารจัดการงบประมาณให้สอดคล้องกับระยะเวลาในการจัดโครงการ/กิจกรรมให้เหมาะสม
2. ครัวเรือนต้องประกอบอาชีพ
และภารกิจส่วนตัวจึงมีการเปลี่ยนตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครัวเรือนนั้น
3. ครัวเรือนผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางครัวเรือนไม่ถนัดกับอาชีพหรือวัสดุที่ส่งเสริมจึงมีการเปลี่ยนตัว
ครัวเรือนเป้าหมายเพื่อให้เหมาะสมกับวัสดุที่มอบให้
แนวทางแก้ไข ควรสำรวจความต้องการฝึกอาชีพของครัวเรือนเป้าหมายโดยจัดเป็นกลุ่มตามความต้องการฝึกอาชีพ
เพื่อที่จะได้ฝึกอาชีพตามที่ตนเองถนัด
4. ความต้องการที่จะเข้าร่วมโครงการมีมากกว่า
30
ครัวเรือน
แนวทางแก้ไข กลุ่มเป้าหมายของโครงการควรจะเพิ่มให้มากกว่านี้จาก
30
ครัวเรือน เพื่อจะให้คนในชุมชน
ตระหนักถึงการใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองท่ามกลางเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์
3. ประโยชน์ขององค์ความรู้ (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
เพื่อให้ทราบถึงรูปแบบ วิธีการทำงานของพัฒนากรในการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้ประสบความสำเร็จ
ตลอดจนรู้ถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงาน
4. เทคนิคในการปฏิบัติงาน (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 25 คะแนน)
1. การเสียสละของทีมงานชุมชน
(กม./กรรมการคุ้ม/ปราชญ์ชาวบ้าน)
2. การประสานภาคีการสร้างงานพัฒนา
2. การประสานภาคีการสร้างงานพัฒนา
3.
การพัฒนาโดยเริ่มต้นจากสภาพที่แท้จริงของหมู่บ้าน
4. สร้างผลงานที่ประสบผลสำเร็จ
มีความน่าเชื่อถือ
5. มีการประชุมเป็นนิจ วิเคราะห์สรุปผลการดำเนินงาน
6. ประชาสัมพันธ์ สรรเสริญ ยกย่อง ให้เกียรติ ผู้คนในชุมชนที่มีการกระทำความดีต่อชุมชน
7. ศึกษาเอกสารขั้นตอนการดำเนินงานให้เข้าใจชัดเจน
8. ลงมือทำตามขั้นตอนร่วมกับกรรมการหมู่บ้าน
9. ทำด้วยความจริงใจไม่หวังผลตอบแทน
5. มีการประชุมเป็นนิจ วิเคราะห์สรุปผลการดำเนินงาน
6. ประชาสัมพันธ์ สรรเสริญ ยกย่อง ให้เกียรติ ผู้คนในชุมชนที่มีการกระทำความดีต่อชุมชน
7. ศึกษาเอกสารขั้นตอนการดำเนินงานให้เข้าใจชัดเจน
8. ลงมือทำตามขั้นตอนร่วมกับกรรมการหมู่บ้าน
9. ทำด้วยความจริงใจไม่หวังผลตอบแทน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น