วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

KM : เทคนิคการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน โดยนางสุกัญญา ดวงตาเสือ


1. ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้ (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)
          กรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงโดยน้อมนำแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นแนวทาง  โดยมีเป้าหมายการให้บริการคือ ชุมชนมีความสามารถในการวางแผนบริหารจัดการชุมชน    พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   โดยการเสริมสร้างขีดความสามารถของพลังชุมชนในการบริหารจัดการ แก้ไขปัญหาของชุมชน   และพัฒนาเศรษฐกิจขุมชนฐานรากให้มีความมั่นคง   เพื่อส่งเสริม/พัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี  โดยน้อมนำความคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรง ชีวิต   รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน 
และผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาตนเอง  และพัฒนาชุมชนไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้การดำเนินการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบรรลุเป้าหมายทั้ง 3 ระดับ คือ  ระดับ  พออยู่ พอกิน   อยู่ดี กินดี  และ  มั่งมี ศรีสุข   ซึ่งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบตามเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย ระดับ พออยู่ พอกิน  ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน  10 - 16  ตัวชี้วัด   ระดับ  อยู่ดี กินดี  ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน  17 - 22  ตัวชี้วัด  ระดับ มั่งมี ศรีสุข  ต้องผ่านเกณฑ์ จำนวน 23 ตัวชี้วัด
2. ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
            ปัญหาที่พบ  ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งในปัจจุบันอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีรายได้น้อย ราคาผลผลิตตกต่ำ ประชาชนขาดความรู้ทางด้านการเกษตรที่ถูกต้องและปลอดภัยจากสารพิษต่างๆ
          แนวทางการแก้ไขปัญหาการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ก็เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน  ซึ่งนับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิต การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้กับประชาชนในด้านการคิดวิเคราะห์ การนำเอาความรู้ ประสบการณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดำเนินการจัดทำและนำมาประกอบเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน มีกิจกรรมการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ภายในชุมชน หรือระหว่างชุมชน และสามารถถ่ายทอดความรู้จากชุมชนหนึ่งไปสู่ชุมชนหนึ่ง ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างแพร่หลาย ชุมชนมีการพัฒนาอย่างมั่นคง รอดพ้นภัยวิกฤตภายใต้หลักแนวคิดแบบพอเพียง

3. ประโยชน์ขององค์ความรู้ (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
          ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบอย่างยั่งยืน เพื่อให้หยั่งลึกในจิตใจ ชาวบ้านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เป็นวิถีชีวิต และขยายผลสู่สังคมไทยอย่างเข้มแข็ง คือ ผู้นำ กลุ่ม/องค์กรชุมชน ซึ่งทุกฝ่าย/ทุกคนจะต้องร่วมใจเป็นหนึ่งเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน  ซึ่งนับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิต การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้กับประชาชนในด้านการคิดวิเคราะห์ การนำเอาความรู้ ประสบการณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดำเนินการจัดทำและนำมาประกอบเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน มีกิจกรรมการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ภายในชุมชน หรือระหว่างชุมชน และสามารถถ่ายทอดความรู้จากชุมชนหนึ่งไปสู่ชุมชนหนึ่ง ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างแพร่หลาย ชุมชนมีการพัฒนาอย่างมั่นคง รอดพ้นภัยวิกฤตภายใต้หลักแนวคิดแบบพอเพียง
4. เทคนิคในการปฏิบัติงาน (อธิบายโดยละเอียด) (คะแนนเต็ม 25 คะแนน)
          ขั้นที่ 1 การจัดเวทีประชาคม เป็นการชี้แจงให้เห็นความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ชุมชน และกำหนดสถานที่แหล่ง เรียนรู้  ข้อมูล ผู้ถ่ายทอดความรู้ วัสดุและอุปกรณ์ในการดำเนินงาน เช่น
๑)      สร้างความรู้ความเข้าใจการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนกับคณะทำงาน
เศรษฐกิจพอเพียงระดับหมู่บ้าน / ตำบล ภาคีการพัฒนา ผู้นำ กลุ่ม องค์กร หรือ ประชาชน
๒)      ประสานความขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   และภาคีการพัฒนา  ในด้านวิชาการ
งบประมาณ การบริหารจัดการ ฯลฯ
       ๓)  สร้างเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ กับ หมู่บ้าน / ชุมชน อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน
       ๔)  ติดตาม ประเมินผล เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหา
       ๕)  รายงานผลการดำเนินงานผ่านช่องทางต่าง ๆ  เช่น  การประชุม หรือ หอกระจายข่าว   เป็นต้น
          ขั้นที่ 2  การจัดรูปแบบกิจกรรมสาธิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   เช่น  กิจกรรมการลดรายจ่าย  กิจกรรมการเพิ่มรายได้ กิจกรรมการประหยัด  กิจกรรมการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม  กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   และกิจกรรมการเอื้ออารีต่อกัน
          ขั้นที่ 3 การศึกษาดูงาน  จากแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ เพื่อนำมาประยุกต์ หรือ ปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคม สภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน /ชุมชน
          ขั้นที่ 4 การเก็บรวบรวมองค์ความรู้ จากปราชญ์ชาวบ้าน/บุคลากรที่มีองค์ความรู้แต่ละประเภท เพื่อบันทึกองค์ความรู้เป็นลายลักอักษร
          ขั้นที่ 5 การค้นหาวิทยากรผู้ให้ความรู้  ได้แก่  อาสาสมัคร ปราชญ์ชาวบ้าน บุคลากรที่มีองค์ความรู้แต่ละประเภท หรือเจ้าขององค์ความรู้ เพื่อทำหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ของหมู่บ้าน
          ขั้นที่ 6 การบริหาร จัดการ สถานที่แหล่งเรียนรู้ให้มีความพร้อม  เช่น  เอกสารประกอบคำบรรยาย ป้ายแสดงข้อมูล วัสดุและอุปกรณ์สาธิตกิจกรรม ฯลฯ
          ขั้นที่ 7 สรุปแนวทางการดำเนินงาน  เสนอเวทีประชาคมเพื่อตรวจสอบความพร้อม และความถูกต้องของข้อมูล ฯลฯ
ข้อสรุป  การเรียนรู้เกิดได้ทุกแห่ง ทุกสถานที่ ที่เกิดขึ้นมากที่สุดไม่ได้เกิดจากการสอนในห้องเรียน แต่
เกิดขึ้นจากการที่ได้พูดคุยกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ไม่ใช่ห้องเรียน แต่เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่เกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน และที่กว้างใหญ่ที่สุด คือ สังคม ความรู้ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ ที่หลากหลาย จึงเรียกว่า แหล่งเรียนรู้ ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีอยู่ในสังคมรอบๆ ตัวเราอาจเป็นสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งที่ไม่มีชีวิต และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทำให้คนในสังคมเกิดการเรียนรู้ เช่น แหล่งเรียนรู้ด้านข้อมูล ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ด้านการประกอบอาชีพ ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆที่มีความสนใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิต เพื่อพัฒนาอาชีพ พัฒนาตนเอง สร้างความเข้มแข็งแบบพอเพียงอย่างยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น