ชื่อความรู้ การสร้างสัมมาชีพชุมชน
บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เจ้าของความรู้ นางดวงใจ พยัพเดช
ตำแหน่ง/สังกัด นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ การพัฒนาอาชีพ
และยกระดับรายได้ของคนในชุมชน
เรื่องเล่า
๑. ส่วนนำ
การส่งเสริมการขับเคลื่อนการสร้างสัมมาชีพชุมชน
โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ตามแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็งของรัฐบาล
ซึ่งตอบสนองนโยบายรัฐบาลเรื่อง
การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ โดยกำหนดพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายในการดำเนินงาน จากพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายที่ผ่านการให้การศึกษาด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
การสำรวจข้อมูลและจัดเวทีประชาคมทำแผนชุมชนในปี 2559 ตามแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรและชนบท
(ยุทธศาสตร์ที่ 1) ซึ่งได้กำหนดกระบวนการขับเคลื่อนที่เริ่มต้นด้วยการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับปราชญ์ชุมชน
เพื่อให้กลับไปสร้างทีม และจัดฝึกอบรมอาชีพให้กับครัวเรือนเป้าหมายที่ต้องการฝึกอาชีพในหมู่บ้าน
เพื่อให้ครัวเรือนที่เข้ารับการฝึกอาชีพมีความรู้
และปฏิบัติอาชีพได้จริง จนพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน
และต่อยอดสู่การรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเข้มแข็งต่อไป
๒.
ส่วนขยาย
บทบาทของพัฒนากรในการกำกับดูแล
และขับเคลื่อนหมู่บ้านเป้าหมาย ตามโครงการสัมมาชีพชุมชน
จำนวน 2 หมู่บ้าน
ใน ๒ ตำบล ซึ่งจะต้องดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแนวทางที่กรม
การพัฒนาชุมชนกำหนด โดยมีเป้าหมายให้ครัวเรือนสัมมาชีพได้มีโอกาสในการเรียนรู้
และพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้าง รายได้ของครัวเรือนให้เพิ่มขึ้น โดยมีกระบวนการ วิธีการ เทคนิค
และขั้นตอนดำเนินการดังนี้
1) เตรียมความพร้อมข้อมูลปราชญ์ชาวบ้านในการฝึกอบรมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน โดยการสำรวจและจัดทำทะเบียนข้อมูลปราชญ์ชาวบ้าน
๒) คัดเลือกปราชญ์ชาวบ้านหรือผู้ประสบความสำเร็จหรือเชี่ยวชาญในอาชีพ
ที่พร้อมเข้ารับการอบรมเป็นวิทยากรผู้ถ่ายทอดสัมมาชีพ
จำนวน 1 คน
จากเวทีประชาคม เข้าอบรมการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับปราชญ์ชุมชน
(วิทยากรสัมมาชีพชุมชน) ณ ศูนย์ศึกษาพัฒนาชุมชน
๓) วิทยากรสัมมาชีพชุมชนกลับไปสร้างทีมในหมู่บ้าน โดยการคัดเลือกปราชญ์ชุมชน
หมู่บ้านละ๔ คน
รวมเป็น 5 คน เพื่อสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน
๔) จัดประชุมเตรียมความพร้อมทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน
โดยปราชญ์ที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้
ถ่ายทอดเทคนิคการเป็นวิทยากรสัมมาชีพชุมชน และมอบหมายภารกิจหน้าที่ในการส่งเสริม
สนับสนุน กำกับติดตามครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน
๒๐ ครัวเรือน โดยแบ่งสัดส่วนทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน
1 คน
ต่อครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน 4 ครัวเรือน
๕) เตรียมความพร้อมครัวเรือนเป้าหมายที่จะเข้ารับการอบรมอาชีพ
ตามแนวทางสัมมาชีพชุมชน
จำนวน 20 คน เพื่อให้ความรู้เรื่องสัมมาชีพชุมชน
ความเป็นมาของโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชน
และกระบวนการสร้างสัมมาชีพชุมชนที่เกี่ยวข้อง ทบทวนความต้องการของครัวเรือนเป้าหมาย
ว่ายังมีความสนใจ หรือต้องการฝึกอาชีพ หรือเปลี่ยนแปลงอาชีพหรือไม่
และกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มการติดตามครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน
๖) ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้านร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ความต้องการอาชีพ โดยจัดกลุ่มความต้องการอาชีพ พิจารณาศักยภาพของชุมชน ว่าเป็นอาชีพที่จะสำเร็จได้ สามารถสร้างรายได้จริง ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับการตลาด สอดคล้องกับความรู้ที่ปราชญ์ชุมชนในหมู่บ้านจะถ่ายทอด จัดเตรียมพื้นที่ฝึกอบรม ศึกษา ดูงาน และวัสดุ อุปกรณ์ในการฝึกอาชีพของครัวเรือน
๖) ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้านร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ความต้องการอาชีพ โดยจัดกลุ่มความต้องการอาชีพ พิจารณาศักยภาพของชุมชน ว่าเป็นอาชีพที่จะสำเร็จได้ สามารถสร้างรายได้จริง ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับการตลาด สอดคล้องกับความรู้ที่ปราชญ์ชุมชนในหมู่บ้านจะถ่ายทอด จัดเตรียมพื้นที่ฝึกอบรม ศึกษา ดูงาน และวัสดุ อุปกรณ์ในการฝึกอาชีพของครัวเรือน
๗) ดำเนินโครงการส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้าน
ส่งเสริมและสนับสนุนการ
ส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้าน และถอดองค์ความรู้ปราชญ์ชุมชน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่าน ทาง Facebook , เว็บไซต์สัมมาชีพ เป็นต้น
๓.
ส่วนสรุป
การสร้างสัมมาชีพชุมชนบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีเป้าหมาย
คือ ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพ และมีรายได้เพิ่ม
โดยให้ชาวบ้านสอนชาวบ้านในสิ่งที่เขาอยากทำ ฝึกปฏิบัติจริงให้สามารถนำไปเป็นอาชีพได้ เพราะข้อเท็จจริงในทุกพื้นที่จะมีคนเก่งในแต่ละอาชีพอยู่แล้ว
โดยดำเนินการคัดเลือกและจัดเวทีฝึกทักษะการสอนการนำเสนอให้กับคนเก่งเหล่านี้
ยกให้เป็น “วิทยากรสัมมาชีพชุมชน”
หลังจากนั้นกลับไปสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้านเพิ่มเติมอีกหมู่บ้านละ4
คน
แล้วเปิดรับลูกศิษย์ที่สนใจอยากฝึกอาชีพในแต่ละประเภทอาชีพหมู่บ้านละ 20 คน ในครัวเรือนสัมมาชีพ เมื่อผ่านการฝึกปฏิบัติแล้ว ขั้นพื้นฐานที่สุดก็จะสามารถสร้างอาชีพบนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้
๔.
ขุมความรู้
๑) ศึกษาข้อมูลการดำเนินงานแนวทางสัมมาชีพชุมชนให้เกิดวามเข้าใจที่ชัดเจน
เพื่อจะได้นำไปดำเนินการในระดับพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ
และมีประสิทธิผล รวมทั้งกำหนดแผนการดำเนินกิจกรรม/โครงการให้ชัดเจน
๒) การคัดเลือกปราชญ์ชุมชน จะต้องเป็นปราชญ์ที่มีองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน
และคนในชุมชนสนใจ
สามารถต่อยอดให้เกิดพัฒนาเป็นอาชีพได้
๓) ครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 20
คน ต้องสมัครใจ และตั้งใจฝึกอาชีพ เพื่อก่อให้เกิดการสร้าง
กลุ่มอาชีพให้เกิดรายได้อย่างแท้จริง
๔) ให้การสนับสนุนกิจกรรมผ่านกระบวนการถ่ายทอด
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาผ่านระบบเครือข่ายออนไลน์ต่าง
ๆ เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการในการประกอบอาชีพประเภทเดียวกัน
หรือมีความใกล้เคียงกัน
เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในหมู่บ้านชุมชนการ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น